Heat Pump ลดภาระหม้อแปลงไฟฟ้า: ขยายกิจการได้โดยไม่ต้องอัพเกรดระบบไฟ
เมื่อโรงแรม โรงงาน หรือโรงพยาบาลขยายกิจการ เพิ่มห้องพัก เพิ่มไลน์ผลิต หรือเพิ่มแผนกใหม่ สิ่งที่มักตามมาโดยไม่ทันตั้งตัวคือ "ระบบไฟฟ้าไม่พอ" โดยเฉพาะเมื่อระบบทำน้ำร้อนเดิมเป็นฮีตเตอร์ไฟฟ้าหรือหม้อต้มที่กินไฟสูง จนต้องเจรจากับการไฟฟ้าเพื่อขอเพิ่มขนาดหม้อแปลง ซึ่งมีทั้งต้นทุนสูงและใช้เวลาดำเนินการนาน บทความนี้จะอธิบายว่า Heat Pump ช่วยลดภาระนี้ได้อย่างไร ด้วยหลักการทางวิศวกรรมที่เจ้าของธุรกิจควรเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน
ปัญหาที่เจ้าของกิจการเจอเมื่อระบบไฟฟ้าตามการเติบโตไม่ทัน
การขยายกิจการที่ต้องเพิ่มกำลังผลิตน้ำร้อน (เช่น เพิ่มห้องพัก เพิ่มไลน์ซักรีด หรือเพิ่มแผนกผู้ป่วยใน) มักถูกระบบไฟฟ้าเดิมเป็นคอขวด เพราะ:
- หม้อแปลงไฟฟ้าเดิมมีขนาดจำกัด การขอเพิ่มขนาดต้องยื่นเรื่องกับการไฟฟ้า ใช้เวลาหลายเดือน
- การอัพเกรดหม้อแปลงและสายเมนมีต้นทุนหลักแสนถึงหลักล้านบาท ขึ้นกับขนาดอาคาร
- ค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Demand Charge) ในบิลค่าไฟจะเพิ่มขึ้นตามกำลังไฟฟ้าสูงสุดที่ใช้ ยิ่งอุปกรณ์กินไฟสูง ยิ่งเสียค่านี้มากทุกเดือน แม้จะไม่ได้ใช้เต็มโหลดตลอดเวลา
ทำไม Heat Pump ใช้กำลังไฟต่ำกว่าฮีตเตอร์ไฟฟ้าหลายเท่า
หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่ค่า COP (Coefficient of Performance) ฮีตเตอร์ไฟฟ้าเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นความร้อนโดยตรง ได้ความร้อนเท่ากับไฟฟ้าที่ใช้ (COP ประมาณ 1) ส่วน Heat Pump ใช้ไฟฟ้าไปขับคอมเพรสเซอร์เพื่อดึงความร้อนจากอากาศมาถ่ายเทให้น้ำ ด้วยค่า COP 3.5-4.2 จึงให้ความร้อนได้มากกว่าพลังงานไฟฟ้าที่ป้อนเข้าไป 3.5-4.2 เท่า
| ระบบทำน้ำร้อน | ต้องการความร้อน 100 kW | กำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้ (โดยประมาณ) |
|---|---|---|
| ฮีตเตอร์ไฟฟ้า (COP ~1) | 100 kW | ~100 kW |
| Heat Pump (COP 3.5-4.2) | 100 kW | ~24-29 kW |
จากตาราง เห็นได้ชัดว่าการผลิตน้ำร้อนปริมาณเท่ากัน Heat Pump ต้องการกำลังไฟฟ้าเพียงราว 1 ใน 4 ของฮีตเตอร์ไฟฟ้า นี่คือเหตุผลที่ประหยัดค่าไฟได้กว่า 70% และเป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้ไม่ต้องเพิ่มขนาดหม้อแปลงเมื่อเปลี่ยนระบบ
ผลต่อ Demand Charge และค่าไฟรวมรายเดือน
นอกจากประหยัดค่าไฟหน่วยละบาทแล้ว การใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดที่ต่ำลงยังช่วยลดค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (Demand Charge) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟประเภทธุรกิจและอุตสาหกรรม ยิ่งอาคารมีอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นทำงานพร้อมกันมาก (แอร์ ลิฟต์ เครื่องจักร) การลดโหลดจากระบบน้ำร้อนลงได้มาก ยิ่งช่วยให้กำลังไฟฟ้าสูงสุดรวมของอาคารอยู่ในระดับที่หม้อแปลงเดิมรองรับได้สบาย
วางแผนกำลังผลิตด้วยระบบต่อขนาน รองรับการขยายกิจการเป็นเฟส
Heat Pump มีกำลังตั้งแต่ 3HP ถึง 100HP และสามารถต่อขนานหลายเครื่องเป็นระบบ Cascade ได้ ทำให้เจ้าของธุรกิจวางแผนลงทุนเป็นเฟสตามการเติบโตจริง แทนที่จะต้องประเมินโหลดไฟฟ้าสูงสุดล่วงหน้าแล้วขอเพิ่มขนาดหม้อแปลงทีเดียวก้อนใหญ่ ทีมวิศวกรจะคำนวณโหลดไฟฟ้ารวมของอาคารตั้งแต่ขั้นออกแบบ เพื่อยืนยันว่าเครื่องที่เลือกเหมาะกับขนาดหม้อแปลงเดิม พร้อมติดตั้งระบบ J7 Smart IoT ให้เจ้าของกิจการมอนิเตอร์การใช้พลังงานผ่านมือถือได้แบบเรียลไทม์ ดูตัวอย่างผลงานติดตั้งจริงในโรงแรมและโรงงานที่เปลี่ยนระบบโดยไม่ต้องอัพเกรดไฟฟ้าเพิ่ม
เปรียบเทียบความคุ้มค่าเมื่อรวมต้นทุนไฟฟ้าทั้งระบบ
เมื่อคำนวณรวมทั้งค่าไฟรายหน่วย ค่า Demand Charge และค่าอัพเกรดหม้อแปลงที่ไม่ต้องจ่าย Heat Pump มักคืนทุนได้ภายใน 1-2.5 ปี และใช้งานได้ยาวนาน 15 ปีขึ้นไป ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 การันตีประสิทธิภาพ พร้อมรับประกัน 1 ปีทั้งอะไหล่และค่าแรง และมีบริการเซอร์วิสรายปีดูแลต่อเนื่อง
หากกำลังวางแผนขยายกิจการและกังวลว่าระบบไฟฟ้าเดิมจะรองรับไม่พอ ทีมวิศวกรของเราให้บริการคำนวณโหลดไฟฟ้าและออกแบบระบบ Heat Pump ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ และกรุงเทพฯ โทร 061 256 7777 หรือ LINE @heatpump ปรึกษาเราได้เลย เพื่อประเมินหน้างานฟรีก่อนตัดสินใจลงทุน
คำถามที่พบบ่อย
Heat Pump ใช้ไฟน้อยกว่าฮีตเตอร์ไฟฟ้าจริงหรือไม่ ในเมื่อทั้งคู่ใช้ไฟฟ้าเหมือนกัน
ธุรกิจที่หม้อแปลงไฟฟ้าเต็มโหลดอยู่แล้ว ยังติดตั้ง Heat Pump เพิ่มได้ไหม
การต่อขนาน Heat Pump หลายเครื่อง (Cascade) ช่วยเรื่องนี้อย่างไร
อยากรู้ว่าโรงแรม/ธุรกิจคุณประหยัดได้เท่าไหร่?
ทีมวิศวกรสำรวจหน้างาน + คำนวณจุดคืนทุนให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
Ecotech Heat Pump