ค่าไฟโรงแรมพุ่งทั้งที่แขกเท่าเดิม? วิธีไล่หาจุดรั่วไหลของระบบน้ำร้อน | Ecotech Heat Pump
Ecotech Heat PumpEcotech Heat Pump
หน้าแรกบทความ › ค่าไฟโรงแรมพุ่งทั้งที่แขกเท่าเดิม? วิธีไล่หาจุดรั่วไหลของระบบน้ำร้อน

ค่าไฟโรงแรมพุ่งทั้งที่แขกเท่าเดิม? วิธีไล่หาจุดรั่วไหลของระบบน้ำร้อน

📅 20 ส.ค. 2569 · ✍️ ทีมวิศวกร เจ-เซเว่น เอ็นจิเนียริ่ง
ค่าไฟโรงแรมพุ่งทั้งที่แขกเท่าเดิม? วิธีไล่หาจุดรั่วไหลของระบบน้ำร้อน

หลายโรงแรมและรีสอร์ทเจอปัญหานี้ทุกไตรมาส คือค่าไฟรวมสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่จำนวนแขกและอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย ฝ่ายบัญชีตั้งคำถาม ฝ่ายวิศวกรรมโดนตามหาคำตอบ แต่ปัญหาคือแทบไม่มีใครแยกได้ว่าค่าไฟที่เพิ่มมาจาก "ระบบน้ำร้อน" มากน้อยแค่ไหน เพราะบิลไฟที่ได้รับมาเป็นตัวเลขรวมทั้งอาคาร บทความนี้จะพาไล่หาจุดที่ระบบน้ำร้อนมักกินไฟเกินโดยไม่รู้ตัว พร้อมวิธีคำนวณต้นทุนค่าไฟน้ำร้อนต่อห้องที่ขายได้จากบิลเก่า เพื่อให้ผู้บริหารเห็นตัวเลขที่เปรียบเทียบได้จริงในทุกเดือน

สัญญาณที่บอกว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่ระบบน้ำร้อน

ก่อนไล่หาสาเหตุ ให้เช็คสัญญาณเบื้องต้นเหล่านี้ก่อน เพราะช่วยตัดปัญหาที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปได้เร็ว

  • ค่าไฟพุ่งขึ้นในช่วงที่ไม่มีการปรับปรุงห้องพักหรือเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่
  • Occupancy Rate เท่าเดิมหรือลดลง แต่บิลไฟไม่ลดตาม
  • แผนกแม่บ้านหรือสปารายงานว่าน้ำร้อนมาช้าลง หรือเครื่องทำงานถี่ผิดปกติ
  • ไม่เคยแยกมิเตอร์ย่อย (Sub-meter) ของระบบน้ำร้อนออกจากระบบไฟฟ้ารวมมาก่อน

5 จุดที่ระบบน้ำร้อนมักกินไฟเกินโดยไม่มีใครสังเกต

จากการเข้าตรวจหน้างานของทีมวิศวกร J7 Engineering พบว่าจุดรั่วไหลของพลังงานส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องพัง แต่อยู่ที่การตั้งค่าและการทำงานที่ผิดจากที่ออกแบบไว้

  • ตั้งอุณหภูมิถังเก็บสูงเกินความจำเป็น เช่นตั้งไว้ที่ 65-70°C ทั้งที่ใช้งานจริงแค่ 45-50°C ยิ่งอุณหภูมิเป้าหมายสูง เครื่องยิ่งทำงานหนักและค่า COP ยิ่งลดลง
  • เครื่องทำงานนอกช่วงเวลาที่ควร เช่นเดินเครื่องต่อเนื่องทั้งวันทั้งที่ความต้องการน้ำร้อนจริงกระจุกตัวแค่บางช่วง
  • เครื่องรุ่นเก่าหรือดูแลไม่สม่ำเสมอ ทำให้ค่า COP ที่เคยอยู่ในช่วง 3.5-4.2 ลดต่ำลงเรื่อยๆ โดยไม่มีใครรู้ตัวเพราะไม่ได้วัดเทียบ
  • โซนที่ปิดปรับปรุงหรือใช้งานน้อย แต่ระบบยังจ่ายน้ำร้อนเต็มอัตรา เช่นชั้นที่ปิดซ่อมแต่ลูปน้ำร้อนยังวนอยู่
  • ระบบสำรองทำงานคู่กับเครื่องหลักโดยไม่จำเป็น ทำให้เกิดการใช้ไฟซ้ำซ้อนโดยไม่มีใครสังเกต

วิธีคำนวณค่าไฟน้ำร้อนต่อห้องที่ขายได้จากบิลเก่า

ตัวเลขที่ผู้บริหารควรติดตามไม่ใช่ "ค่าไฟรวม" แต่คือ ค่าไฟน้ำร้อนต่อห้องที่ขายได้ (บาท/ห้อง) เพราะเป็นตัวเลขที่เทียบกันได้ทุกเดือนแม้ Occupancy จะไม่เท่ากัน

สูตรง่ายๆ คือ นำค่าไฟส่วนของระบบน้ำร้อน (จากมิเตอร์ย่อย หรือประมาณจากสัดส่วนโหลดเครื่องในบิลรวม) หารด้วยจำนวนห้องที่ขายได้ในเดือนนั้น

เดือน ค่าไฟระบบน้ำร้อน (บาท) ห้องที่ขายได้ ค่าไฟ/ห้อง (บาท)
มกราคม 45,000 900 50.0
กุมภาพันธ์ 48,000 880 54.5
มีนาคม 55,000 850 64.7

จากตัวอย่างข้างต้น แม้ห้องที่ขายได้จะลดลง แต่ค่าไฟต่อห้องกลับสูงขึ้นต่อเนื่อง นี่คือสัญญาณชัดเจนว่ามีจุดรั่วไหลของพลังงานในระบบ ไม่ใช่แค่การใช้งานที่เพิ่มขึ้นตามปกติ

ไล่หาสาเหตุทีละขั้นก่อนเรียกช่าง

  1. ดึงบิลไฟย้อนหลัง 6-12 เดือน พร้อมข้อมูล Occupancy รายเดือนจากฝ่ายขาย
  2. คำนวณค่าไฟต่อห้องตามตารางด้านบน แล้วดูว่าแนวโน้มขึ้นต่อเนื่องหรือกระโดดในเดือนใดเดือนหนึ่ง
  3. ถ้ากระโดดในเดือนใดเดือนหนึ่ง ให้เช็คว่าช่วงนั้นมีการปรับตั้งอุณหภูมิ ซ่อมบำรุง หรือเปลี่ยนพนักงานควบคุมระบบหรือไม่
  4. ถ้าขึ้นต่อเนื่องทุกเดือน มักบ่งชี้ว่าเครื่องเสื่อมสภาพหรือค่า COP ลดลงเรื่อยๆ ควรให้วิศวกรเข้าตรวจวัดค่าจริงหน้างาน

ทีมของเราเคยเข้าตรวจโรงแรมที่ค่าไฟน้ำร้อนต่อห้องสูงขึ้นกว่า 25% ในครึ่งปี และพบว่าสาเหตุหลักคือการตั้งอุณหภูมิถังสูงเกินจำเป็นร่วมกับเครื่องที่ไม่เคยรับการเซอร์วิสตามรอบ ดูตัวอย่างผลงานติดตั้งจริงของเราที่ช่วยลดต้นทุนลักษณะนี้ให้ลูกค้าได้จริง

เมื่อตัวเลขสูงผิดปกติ ควรทำอะไรต่อ

ถ้าคำนวณแล้วพบว่าค่าไฟต่อห้องสูงขึ้นต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ขั้นตอนถัดไปคือให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าวัดค่า COP จริงหน้างาน เทียบกับสเปกเดิมของเครื่อง เพื่อยืนยันว่าจุดรั่วไหลอยู่ที่ตัวเครื่อง การตั้งค่า หรือการออกแบบระบบ ก่อนตัดสินใจว่าควรซ่อมบำรุง ปรับตั้งค่าใหม่ หรือพิจารณาเปลี่ยนเครื่อง

หากท่านต้องการให้ทีมวิศวกรของเราช่วยตรวจสอบบิลไฟและระบบน้ำร้อนของโรงแรม รีสอร์ท หรือโรงงาน เพื่อหาจุดที่กินไฟเกินและประเมินความคุ้มค่าเบื้องต้น ทีมเจ-เซเว่น เอ็นจิเนียริ่ง พร้อมให้บริการทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ และกรุงเทพฯ ติดต่อได้ที่โทร 061 256 7777 หรือ LINE @heatpump ปรึกษาเราได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมค่าไฟน้ำร้อนโรงแรมถึงสูงขึ้นได้ทั้งที่จำนวนแขกเท่าเดิม
ส่วนใหญ่เกิดจาก “การรั่วไหลของพลังงาน” ที่สะสมทีละน้อย เช่น ตั้งอุณหภูมิสูงเกินจำเป็น เครื่องทำงานนอกช่วงที่ควร หรือค่า COP ของเครื่องลดลงจากการใช้งานมานาน ไม่ใช่แค่ปริมาณน้ำร้อนที่ใช้เพิ่มขึ้นเสมอไป
คำนวณค่าไฟน้ำร้อนต่อห้องที่ขายได้ (Cost per Occupied Room) ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง
ใช้เพียง 2 ตัวเลขต่อเดือน คือค่าไฟส่วนที่ใช้กับระบบน้ำร้อน (จากบิลหรือมิเตอร์ย่อย) หารด้วยจำนวนห้องที่ขายได้ในเดือนนั้น แล้วนำมาเทียบย้อนหลัง 6-12 เดือนเพื่อดูแนวโน้ม
ถ้าตรวจแล้วพบว่าค่าไฟน้ำร้อนต่อห้องสูงขึ้นจริง ควรทำอย่างไรต่อ
ควรให้วิศวกรที่มีเครื่องมือวัดค่า COP จริงหน้างานเข้ามาตรวจระบบ เพื่อหาว่าจุดรั่วไหลอยู่ที่ตัวเครื่อง การตั้งค่า หรือการออกแบบระบบ ก่อนตัดสินใจซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่อง

อยากรู้ว่าโรงแรม/ธุรกิจคุณประหยัดได้เท่าไหร่?

ทีมวิศวกรสำรวจหน้างาน + คำนวณจุดคืนทุนให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด